<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-2344476931028458918</id><updated>2011-07-07T14:11:06.698-07:00</updated><category term='โรคเบาหวาน'/><category term='สมุนไพรเพื่อสุขภาพ'/><title type='text'>herbaltree4life</title><subtitle type='html'>herbaltree4life เป็นบทความที่เขียนขึ้นเกี่ยวกับต้นไม้ ประโยชน์ของต้นไม้ และบทเรียนที่ได้รับจากต้นไม้</subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://herbaltree4life.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2344476931028458918/posts/default?max-results=100'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://herbaltree4life.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>John Yang</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17777033987434942223</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://1.bp.blogspot.com/_1vekXVJUfLc/S362ax3JG1I/AAAAAAAAAHc/3gTqbQq0Vrg/S220/SANY0172.JPG'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>4</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>100</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2344476931028458918.post-7350571910141227191</id><published>2010-03-08T07:41:00.000-08:00</published><updated>2010-03-08T07:41:49.286-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='สมุนไพรเพื่อสุขภาพ'/><title type='text'>มะระขี้นก</title><content type='html'>&lt;div style="text-align: center;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color: blue;"&gt;มะระขี้นก ที่ไม่ขี้นก&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อสมัยผมเป็นเด็ก อายุ ประมาณ 8-9&amp;nbsp;ขวบ ด้วยความที่เป็นเด็กหอพัก ไกลบ้าน จึงมักจะต้องหาอะไรกินแบบแปลกๆ อยู่บ่อยครั้ง มีอยู่ครั้งหนึ่ง จำได้ว่าป่าโคกที่อยู่ข้างหอพัก มีต้นมะระ ไม่รู้เป็นมะระอะไร ขึ้นเต็มไปหมด กำลังออกลูกเขียวเต็มเครือ เพื่อนหอพักที่พักอยู่ด้วยกัน ก็บอกว่า "ต้นนี้เขาเรียกมะระขี้นก กินได้ เราเห็นพ่อของเรากินบ่อยๆ ตอนอยู่ที่บ้าน" ผมเองก็ไม่รู้ว่ากินได้หรือไม่ได้ เมื่อเพื่อนบอกว่ากินได้ กินได้ก็กินได้ เราจึงตกลงกันไปเก็บมาต้มกินกับน้ำพริก ตอนกินก็กินได้ ขมนิดๆ รสชาดแปลกๆมะระมันไม่อร่อย แต่น้ำพริกอร่อย ก็เลยกินไปเยอะ พอตกกลางคืนมะระขี้นกก็แสดงอาการกินเราบ้าง ผมท้องร่วงตลอดทั้งคืน ตอนเช้าแถบลุกไม่ขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ช่วงปิดเทอมกลับบ้าน ไปไร่กับพ่อแม่ จึงมีโอกาสเห็นมะระขี้นกตัวจริง ต้นมันต่างกันนิดเดียว ลูกก็ต่างกัน จึงรู้ว่า มะระที่เรากิน เล่นเอาเกือบตาย เป็นมะระป่า มะระเบื่อ โชดดีที่ไม่ตายไกลบ้าน แค่ท้องร่วง&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตอนนี้รู้แล้วว่า มะระขี้นกกินได้ กับมะระขี้นกกินได้แต่ท้องเสียมันต่างกันอย่างไร ทุกวันนี้ก็ทานอยู่ ซื้อบ่อยเวลาไปตลาดเย็น ชาวบ้านเอามากองขาย กองละ 5 บาท บางทีก็ 10 บาท ต้มจิ้มน้ำพริก น้ำพริกอะไรก็ได้อร่อยดี ความจริงไม่เพียงแต่อร่อย แต่คุณค่าทางยามหาศาล มะระขี้นกเป็นยาแก้เบาหวานชั้นดีของคนในสมัยโบราณ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เล่ามาตั้งนาน ก็แค่อยากจะเขียนเรื่องมะระขี้นกซักหน่อย เพื่อคนที่อ่านจะได้ประโยชน์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มะระขี้นก &lt;span style="color: blue;"&gt;(Bitter Cucumber)&lt;/span&gt; แปลเป็นภาษาไทย "แตงกวาขม"&lt;br /&gt;ชื่อวิทยาศาสตร์ &lt;span style="background-color: blue;"&gt;Momordica charantia Linn.&lt;/span&gt; &lt;br /&gt;อยู่ในวงศ์ &lt;span style="color: blue;"&gt;Cucurbitaceae&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มะระขี้นกมีชื่อเรียกมากมาย ขึ้นอยู่กับสถานที่ ภาษา เผ่า&lt;br /&gt;เหนือ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรียก ผักไห่ มะไห่ มะนอย มะห่วย ผักไซ&lt;br /&gt;อีสาน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรียก ผักสะไล ผักไส่&lt;br /&gt;กลาง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรียก&amp;nbsp;มะ ร้อยรู&lt;br /&gt;ใต้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรียก&amp;nbsp;ระ&lt;br /&gt;กะเหรี่ยงแม่ฮ่องสอน เรียก สุพะซู สุพะเด&lt;br /&gt;นครศรีธรรมราช เรียก ผักไห&lt;br /&gt;สงขลา&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรียก ผักเหย&lt;br /&gt;จีน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรียก&amp;nbsp;โกควยเกี๋ยะ โควกวย&lt;br /&gt;ทั่วไป&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรียก มะระเล็ก มะระขี้นก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มะระขี้นกพบได้ทั่วไปในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมทั้ง จีน และอินเดีย ไกลไปถึง แอฟริกา และอเมริกาใต้ มะระขี้นกเป็นผักพื้นบ้านของไทย มะระขี้นกเป็นพืชเถา ผลมีขนาดเล็กรี ผิวขรุขระ ผลอ่อนผิวนอกสีเขียว &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คนไทยทุกภาพรู้จักนำมะระขี้นกมาประกอบอาหารทั้งยอดอ่อน และผลอ่อน โดยนำยอดอ่อน หรือผลอ่อนมาลวกจิ้มน้ำพริก หรือนำผลไปผัดหรือแกง มะระขี้นกขึ้นง่าย สามารถปลูกเป็นผักสวนครัว ปลูกไว้รับประทานเองได้ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผลการวิจัยพบว่า มะระขี้นก มีวิตามินเอและซีสูง และมีสรรพคุณในการลดน้ำตาลในเลือด มะระขี้นกออกฤทธิ์คล้ายอินซูลิน กระตุ้นการหลั่งอินซูลิน ยับยั้งการสังเคราะห์กลูโคส และเพิ่มการใช้กลูโคสของตับ องค์ประกอบทางเคมีของมะระขี้นกมีฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือด &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับผู้ป่วยเป็นโรคเบาหวาน มะระขี้นกเป็นยาสมุนไพรที่สามารถกินได้ เพื่อควบคุมน้ำตาลในเลือด แต่มีข้อห้ามสำหรับคนที้ตั้งครรภ์ เด็ก (ผมคงจะอยู่ในกรณีนี้ในเวลาที่เป็นเป็นเด็ก จึงมีอาการท้องร่วง) และคนที่มีน้ำตาลในเลือดต่ำ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="background-color: red;"&gt;ทางเลือกในการใช้สมุนไพร&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: blue;"&gt;น้ำคั้นสดมะระขี้นก&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; * นำผลมะระขี้นกสด 8-10 ผล เอาเมล็ดในออก ล้างน้ำให้สะอาด&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; * นำไปปั่น (ใส่น้ำเล็กน้อย) คั้นเอาแต่น้ำ ได้น้ำประมาณ 100 มิลลิลิตร&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; * รับประทานน้ำคั้นมะระขี้นก วันละ 3 เวลา ติดต่อกันเป็นประจำ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="background-color: white; color: blue;"&gt;ชามะระขี้นก&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; * นำเนื้อมะระขี้นกมาผ่าเอาเมล็ดออก&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; * ฝ่านเป็นชิ้นเล็กๆ นำไปตากแดดให้แห้ง&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; * นำชิ้นมะระตากแห้ง 1-2 ชิ้น ชงน้ำประมาณ 1 ถ้วย&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; * ดื่มน้ำมะระขี้นกวันละประมาณ 2 ถ้วย วันละ 3 เวลา (เช้า เที่ยง เย็น) ติดต่อกันประมาณ 3 สัปดาห์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับคนที่ชอบทานมะระขี้นกอยู่แล้ว ท่านก็จะได้ประโยชน์แน่นอน สำหรับผม ผมทาน เดือนละ 2-3 ครั้ง สรุปคือ อาทิตย์ละครั้ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จอห์น ยัง&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2344476931028458918-7350571910141227191?l=herbaltree4life.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2344476931028458918/posts/default/7350571910141227191'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2344476931028458918/posts/default/7350571910141227191'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://herbaltree4life.blogspot.com/2010/03/blog-post.html' title='มะระขี้นก'/><author><name>John Yang</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17777033987434942223</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://1.bp.blogspot.com/_1vekXVJUfLc/S362ax3JG1I/AAAAAAAAAHc/3gTqbQq0Vrg/S220/SANY0172.JPG'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2344476931028458918.post-375234031673457817</id><published>2010-02-28T07:52:00.000-08:00</published><updated>2010-02-28T08:52:34.907-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='โรคเบาหวาน'/><title type='text'></title><content type='html'>&lt;span style="font-family:Times New Roman;"&gt;&lt;strong&gt;ห่างไกลโรคเบาหวาน&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Times New Roman;"&gt;โรคเบาหวานเป็นโรคเรื้อรังที่ผู้คนในสมัยนี้เป็นกันมาก และมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นทุกปี &lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Times New Roman;"&gt;สถานีอนามัยประจำตำบล หรือ โรงพยาบาลประจำอำเภอ หรือประจำจังหวัด &lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Times New Roman;"&gt;คลินิครักษาโรคทั่วไปล้วนเต็มไปด้วยผู้ป่วยโรคเบาหวาน ผู้ป่วยโรคเบาหวานจำนวนมากใช้ทั้งยาแผนปัจจุบัน และยาสมุนไพร เพื่อรักษาร่างกายให้พ้นจากโรคนี้ ยาสมุนไพรก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับคนป่วยโรคเบาหวาน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Times New Roman;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Times New Roman;"&gt;&lt;strong&gt;สถิติของโรคเบาหวาน&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Times New Roman;"&gt;โรคเบาหวานเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 7 ในสหรัฐอเมริกา โดยประชากรร้อยละ 6.2 หรือ ประมาณ 17 ล้านคนป่วยเป็นโรคเบาหวาน ในจำนวนผู้ป่วยนี้ 5.9 ล้านคนยังไม่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคเบาหวาน &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Times New Roman;"&gt;สำหรับประเทศไทย ประมาณว่า จำนวนประชากร 100 คน จะมีผู้ป่วยเป็นโรคเบาหวาน 6 คน (แต่ความจริงคนไทยอีกจำนวนมากยังไม่ได้รับการวินิจฉัยโรคนี้)&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Times New Roman;"&gt;โดยปกติผู้ที่ป่วยเป็นโรคนี้จะมีอายุเฉลี่ยสั้นกว่าคนปกติ 15 ปี&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Times New Roman;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Times New Roman;"&gt;&lt;strong&gt;ไม่อยากเป็นเบาหวานทำอย่างไรดี&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;คำตอบง่ายๆ 3 ข้อ&lt;br /&gt;1. อย่าให้อ้วน&lt;br /&gt;2. อย่าแก่&lt;br /&gt;3. อย่าเกิดเป็นลูกคนที่มียินเบาหวาน&lt;br /&gt;คำตอบข้อ 2 และ 3 เราไม่สามารถแก้ไขได้ เราไม่สามารถหยุดความแก่ของเราได้ เพราะคนเราแก่ลงทุกปี สำหรับข้อ 3 เราเลือกไม่ได้ แต่เราสามารถทำข้อที่หนึ่งได้ คือ การควบคุม หรือ รักษาร่างกายของเราไม่ไห้อ้วน ซึ่งเกี่ยวข้องกับอุปนิสัยในการรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;เมื่อเป็นเบาหวานต้องทำอย่างไร&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;คำตอบคือ ควบคุมน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในภาวะที่เหมาะสม&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;การควบคุมน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในภาวะที่เหมาะสมเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน เพื่อจะควบคุมน้ำตาลในเลือด จำเป็นต้องเอาใจใส่เรื่อง การออกกำลังกาย การรับประทานอาหาร และการรับประทานยา การอออกกำลังกายทำให้อินซูลินทำงานดีขึ้น และช่วยควบคุมน้ำหนัก การรับประทานอาหารที่ถูกต้อง ครบหมู่ ช่วยให้ร่างกายแข็งแรงและไม่รับสิ่งที่ร่างกายไม่ต้องการมากเกินไป ส่วนการรับประทานยาก็จะช่วยควบคุมเบาหวาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คนที่เป็นโรคเบาหวานต้องเอาใจใส่สามเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพราะการทำอย่างนี้สามารถควบคุมน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในภาวะที่เหมาะสมได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;การรับประทานอาหารของผู้ป่วยโรคเบาหวาน&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;1. &lt;em&gt;รับประทานอาหารให้ถูกส่วน&lt;/em&gt; คือ ลดอาหารจำพวกไขมัน แป้งน้ำตาล ส่วนโปรตีนรับประทานได้ แต่ต้อง&lt;br /&gt;ระวังในกรณีผู้ป่วยที่เป็นโรคไต ต้องจำกัดโปรตีน&lt;br /&gt;2. &lt;em&gt;รับประทานอาหารที่มีเส้นใย&lt;/em&gt; อาหารที่มีเพคตินสูงจะช่วยดูดซับน้ำตาลและไขมัน ช่วยให้เส้นเลือดสะอาด&lt;br /&gt;ลดคลอเลสเตอรอล อาหารที่มีเพคตินสูงได้แก่ ถั่ว ข้าวกล้อง แอปเปิ้ล ฝรั่ง ตำลึง&lt;br /&gt;3.&lt;em&gt; รับประทานพืชสมุนไพรที่เพิ่มการไหลเวียนของเลือดในหลอดเลือดเล็กๆ&lt;/em&gt; ได้แก่ ใบบัวบก ใบแป๊ะก๊วย&lt;br /&gt;4. &lt;em&gt;รับประทานพืชสมุนไพรที่มีฤทธิ์ต้านอ๊อกวิเดชั่น&lt;/em&gt; เช่น กระเทียม กระเพา ขิง ขมิ้น ซึ่งมีสารออกฤทธิ์ชะลอ&lt;br /&gt;ความเสื่อมของเซลล์&lt;br /&gt;5. &lt;em&gt;รับประทานผักผลไม้ที่มีเกลือแร่และวิตามิน&lt;/em&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพิ่มเติม&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;* โครเมี่ยม&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;ช่วยให้อินซูลินทำงานได้ดีขึ้น&lt;br /&gt;ช่วยการเผาผลาญคาร์โบไฮเดรตและไขมัน&lt;br /&gt;ช่วยในการนำกลูโคสเข้าสู่เซลล์&lt;br /&gt;ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด&lt;br /&gt;พืชสมุนไพรที่ให้โครเมี่ยมได้แก่ ใบยอ หน่อไม้ฝรั่ง เนื้อวัว พริกไทยดำ เมล็ดธัญพืช บล็อกโคลี่ โกโก้&lt;br /&gt;ตับ หอยนางรม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;* ลูเที่ยน&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;ช่วยบำรุงสายตา ปกป้องเซลล์&lt;br /&gt;พบลูเที่ยนได้มากใน ผลไม้สีส้ม สีเหลือง ผักที่มีใบสีเขียวเข้ม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;* แมกนีเซี่ม&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;/strong&gt;ช่วยการทำงานของเซลล์ และ ระบบประสาท&lt;br /&gt;พบมากในผักสีเขียวที่มีสารคลอโรฟิลด์&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2344476931028458918-375234031673457817?l=herbaltree4life.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://herbaltree4life.blogspot.com/feeds/375234031673457817/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://herbaltree4life.blogspot.com/2010/02/7-6.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2344476931028458918/posts/default/375234031673457817'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2344476931028458918/posts/default/375234031673457817'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://herbaltree4life.blogspot.com/2010/02/7-6.html' title=''/><author><name>John Yang</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17777033987434942223</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://1.bp.blogspot.com/_1vekXVJUfLc/S362ax3JG1I/AAAAAAAAAHc/3gTqbQq0Vrg/S220/SANY0172.JPG'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2344476931028458918.post-7330464825462966098</id><published>2010-02-19T08:17:00.000-08:00</published><updated>2010-02-19T09:00:59.565-08:00</updated><title type='text'></title><content type='html'>&lt;div&gt;&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_1vekXVJUfLc/S369wu0owsI/AAAAAAAAAIA/FYrpZ7ZuZGk/s1600-h/disobeying.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5439994044810314434" style="FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; WIDTH: 150px; CURSOR: hand; HEIGHT: 122px" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_1vekXVJUfLc/S369wu0owsI/AAAAAAAAAIA/FYrpZ7ZuZGk/s200/disobeying.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;(&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;ต่อ) ทำไมมนุษย์จึงเลือกต้นไม้แห่งความสำนึกในความดีและความชั่ว &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:Times New Roman;"&gt;เมื่อพระเจ้าทรงสร้างมนุษย์นั้น พระเจ้าทรงสร้างผู้ชายก่อน แล้วหลังจากนั้นจึงสร้างผู้หญิงจากกระดูกซี่โครงของผู้ชาย คำสั่งที่ไม่ให้กินผลจากต้นไม้แห่งความสำนึกในความดีและความชั่วนั้น เป็นคำสั่งที่พระเจ้าประทานให้กับผู้ชาย ก่อนที่จะสร้างผู้หญิง &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;ความผิดพลาดคงจะเกิดขึ้น เมื่อผู้ชายส่งต่อข้อมูลให้กับผู้หญิง พระเจ้าสั่งว่า "บรรดาผลไม้ทุกอย่างในสวนนี้ เจ้ากินได้ทั้งหมด เว้นแต่ต้นไม้แห่งความสำนึกในความดีและความชั่ว ผลของต้นไม้นั้นอย่ากิน เพราะในวันใดที่เจ้าขืนกิน เจ้าจะต้องตายแน่" (ปฐมกาล 2:16-17) เพราะเมื่องูมาล่อลวงผู้หญิง งูถามหญิงนั้นว่า "จริงหรือ ที่พระเจ้าตรัสห้ามว่า อย่ากินผลจากต้นไม้ใดๆ ในสวนนี้" สังเกตคำถามของงู มันถามว่า "ต้นไม้ใดๆ" มีความหมายแฝงอยู่สองประการ 1) ต้นไม้ในสวนนี้ไม่สามารถกินได้สักต้นเดียวเลย 2) งูอยากรู้ว่าต้นไม้ใดที่พระเจ้าไม่ให้กิน&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:Times New Roman;"&gt;คำตอบของหญิงชัดเจน คือ "ผลของต้นไม้ต่างๆ ในสวนนี้เรากินได้ เว้นแต่ผลของต้นไม้ที่อยู่กลางสวนนั้น พระเจ้าตรัสห้ามว่า อย่ากินหรือถูกต้องเลย มิฉะนั้นจะตาย&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:Times New Roman;"&gt;สังเกตคำตอบของหญิง ผู้หญิงได้เพิ่มเติมคำเข้าไปในคำสั่งของพระเจ้าคือ "ถูกต้อง" แท้จริงพระเจ้าไม่ได้สั่งห้ามไม่ให้ถูกต้อง แต่หญิงอาจรับข้อมูลผิดจากสามี หรือเสริมเข้าไปในคำสั่งของพระเจ้า&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:Times New Roman;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:Times New Roman;"&gt;ผลที่ได้จากผลของต้นไม้แห่งความสำนึกในความดีและความชั่วตามคำล่อลวงของงูคือ ทำให้&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:Times New Roman;"&gt;1. ตาจะส่ว่างขึ้น&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:Times New Roman;"&gt;2. เป็นเหมือนพระเจ้า คือ สามารถสำนึกในความดีและความชั่ว&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:Times New Roman;"&gt;ผลที่ได้จากผลของต้นไม้แห่งความสำนึกในความดีและความชั่วตามสายตาของผู้หญิง&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:Times New Roman;"&gt;1. ผลของต้นไม้น่ากิน&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:Times New Roman;"&gt;2. ผลของต้นไม้น่าดู&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:Times New Roman;"&gt;3. เป็นต้นไม้ที่มุ่งหมายให้เกิดปัญญา&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:Times New Roman;"&gt;สิ่งที่น่าสังเกตจากคำล่อลวงของงู คือ ผลที่เกิดขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ ปัจจุบันนี้ คนมักถูกล่อลวงด้วยผลประโยชน์ที่จะได้รับอย่างไม่น่าเชื่อ มีหลายสิ่งหลายอย่างมากมายที่กำลังล่อลวงมนุษย์ในทำนองนี้&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:Times New Roman;"&gt;ขณะที่ผู้หญิงมองดูผลของต้นไม้นั้น และปล่อยให้ความปรารถนาของตนเองมีอำนาจในการตัดสินใจมากกว่า คำสั่งของพระเจ้า ในทำนองเดียวกันนี้ มนุษย์กำลังทำหลายสิ่งหลายอย่างตามความต้องการของตนเอง โดยไม่ได้คำนึงถึงกฏเกณฑ์ต่างๆ ที่สำคัญต่อการดำรงชีวิต มนุษย์ทำตามสิ่งที่ตนเห็นว่าดี (ดีต่อตัวเอง)&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:Times New Roman;"&gt;ผู้หญิงกินผลไม้นั้น และยื่นให้ผู้ชาย สามีของตนกินด้วย&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:Times New Roman;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:Times New Roman;"&gt;พระคัมภีร์บันทึกต่อไปว่า เมื่อทั้งสองกินผลไม้แห่งความสำนึกในความดีและความชั่วแล้ว ตาของเขาทั้งสองก็สว่างขึ้น จึงสำนึกว่าตนเปลือยกายอยู่ ก็เอาใบมะเดื่อมาเย็บเป็นเครื่องปกปิดร่างไว้ (ปฐมกาล 1:7)&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:Times New Roman;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:Times New Roman;"&gt;เราเห็นต้นไม้อีกชนิดหนึ่งเพิ่มเข้ามา คือ ต้นมะเดื่อ ดังนั้นเราเห็นว่าต้นมะเดื่อ มีมานานมากแล้ว ตั้งแต่พระเจ้าทรงเนรมิตสร้างโลกในวันที่สาม (เราจะพูดถึงมะเดื่อในโอกาสหน้า)&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:Times New Roman;"&gt;ผลของต้นไม้แห่งความสำนึกในความดีและความชั่ว ทำให้มนุษย์แยกจากพระเจ้า ไม่ใช่เพราะผลไม้นั้นไม่ดี แต่เนื่องจากการเลือกที่จะไม่เชื่อฟังพระเจ้า การกินผลไม้นั้น เล็งถึงการเลือกที่จะไม่เชื่อฟังพระเจ้า&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:Times New Roman;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:Times New Roman;"&gt;การเชื่อฟังเป็นสิ่งสำคัญที่สุด &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:Times New Roman;"&gt;ลูกต้องเชื่อฟังพ่อแม่ สิ่งที่พ่อแม่ปรารถนามากที่สุดจากลูก คือ การเชื่อฟัง&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:Times New Roman;"&gt;คนในกลุ่ม หรือ สมาคม หรือ สโมสร ต้องเชื่อฟัง และปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ที่ได้ตกลงกันไว้&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:Times New Roman;"&gt;คนในสังคม ต้องเชื่อฟัง ด้วยการทำตามกฎเกณฑ์ กฏหมายที่บัญญัติไว้ในสังคมนั้นๆ &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:Times New Roman;"&gt;คนในประเทศแต่ละประเทศต้องเชื่อฟังกฏหมายที่ตราขึ้น เพื่อใช้รักษาความสงบเรียบร้อย&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:Times New Roman;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:Times New Roman;"&gt;หากครอบครัวใด ชุมชนใด สังคมใด ประเทศใด ขาดการเชื่อฟังบทบัญญัติที่กำหนดขึ้น สภาพยุ่งเหยิงจะเกิดขึ้น&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5440000243228320194" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 160px; CURSOR: hand; HEIGHT: 120px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/_1vekXVJUfLc/S37DZhupocI/AAAAAAAAAII/bucx_DaLCDE/s200/evil.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:Times New Roman;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:Times New Roman;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2344476931028458918-7330464825462966098?l=herbaltree4life.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://herbaltree4life.blogspot.com/feeds/7330464825462966098/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://herbaltree4life.blogspot.com/2010/02/216-17-1-2-1.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2344476931028458918/posts/default/7330464825462966098'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2344476931028458918/posts/default/7330464825462966098'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://herbaltree4life.blogspot.com/2010/02/216-17-1-2-1.html' title=''/><author><name>John Yang</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17777033987434942223</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://1.bp.blogspot.com/_1vekXVJUfLc/S362ax3JG1I/AAAAAAAAAHc/3gTqbQq0Vrg/S220/SANY0172.JPG'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://3.bp.blogspot.com/_1vekXVJUfLc/S369wu0owsI/AAAAAAAAAIA/FYrpZ7ZuZGk/s72-c/disobeying.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2344476931028458918.post-1368177354029397531</id><published>2010-02-18T08:03:00.000-08:00</published><updated>2010-02-19T09:41:30.833-08:00</updated><title type='text'>มหัศจรรย์แห่งต้นไม้</title><content type='html'>&lt;div&gt;ต้นไม้มีประโยชน์ต่อมนุษย์มาตั้งแต่ครั้งโบราณกาล&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;พระคัมภีร์ของคริสเตียนบันทึกถึงการมีอยู่ของต้นไม้อยู่ในลำดับที่สามในการทรงสร้างของพระเจ้า&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ปฐมกาล 1:9-13 (พระคริสตธรรมคัมภีร์)&lt;br /&gt;9พระเจ้าตรัสว่า “น้ำที่อยู่ใต้ฟ้าจงรวมอยู่แห่งเดียวกัน ที่แห้งจงปรากฏขึ้น” ก็เป็นดังนั้น 10พระเจ้าจึงทรงเรียกที่แห้งนั้นว่า แผ่นดิน และที่ซึ่งน้ำรวมกันนั้นว่า ทะเล พระเจ้าทรงเห็นว่าดี 11พระเจ้าตรัสว่า “แผ่นดินจงเกิดพืช คือ ผักหญ้าที่มีเมล็ดและต้นไม้ที่ออกผล มีเมล็ดในผลตามชนิดของมันบนแผ่นดิน” ก็เป็นดังนั้น 12แผ่นดินก็เกิดพืช คือผักหญ้าที่มีเมล็ดตามชนิดของมัน และต้นไม้ที่ออกผลมีเมล็ดในผลตามชนิดของมัน พระเจ้าทรงเห็นว่าดี 13มีเวลาเย็นและเวลาเช้า เป็นวันที่สาม&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ตามบันทึกในพระคัมภีร์ พืช และต้นไม้ถูกสร้างขึ้นในวันที่สาม หลังจากสร้างความสว่างในวันที่หนึ่ง  และสร้างแผ่นฟ้า หรือ ท้องฟ้า ในวันที่สอง เมื่อพระเจ้าทรงสร้างพิช ในบันทึกนั้นชัดเจนว่า เป็นผักที่มีเมล็ด และต้นไม้ที่ออกผล ในผลมีเมล็ดตามชนิดของมัน เพื่อการขยายพันธุ์ หมายความว่า หญ้าก็ให้เมล็ดที่จะขยายพันธุ์เป็นต้นหญ้า เช่น หญ้าหนวดแมว ก็ให้เมล็ดที่เป็นหญ้าหนวดแมว ส่วนต้นไม้ เช่นต้นมะม่วงก็ให้เมล็ดมะม่วง เพื่อการขยายพันธุ์มะม่วงต่อไป  &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;หลังจากนั้น พระคัมภีร์ได้บันทึกถึงบทบาทของต้นไม้ต่อการเลือกที่จะเชื่อฟัง หรือปฏิเสธไม่เชื่อฟังพระเจ้า โดยพระเจ้าให้มนุษย์มีสิทธิ์เลือกที่จะเชื่อฟังพระเจ้า หรือปฎิเสธพระเจ้า ผ่านผลของต้นไม้สองชนิด คือ ผลจากต้นไม้แห่งชีวิต และผลจากต้นไม้แห่งความสำนึกในความดีและความชั่ว ตัวไม้เป็นอุปกรณ์ที่ใช้เพื่อแสดงสิ่งที่อยู่ภายในใจของมนุษย์ ที่จะตอบสนองต่อผู้สร้าง ว่าจะเชื่อฟัง หรือปฏิเสธไม่เชื่อฟัง พระคัมภีร์บันทึกว่าอย่างนี้&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ปฐมกาล 2:8-9 (พระคริสตธรรมคัมภีร์)&lt;br /&gt;8พระเจ้าทรงปลูกสวนแห่งหนึ่งไว้ที่เอเดน ทางทิศตะวันออก และให้มนุษย์ที่พระองค์ทรงปั้นมานั้นอยู่ที่นั่น 9แล้วพระเจ้าทรงให้ต้นไม้ทุกชนิดที่งามน่าดูและที่น่ากิน เป็นอาหารงอกขึ้นจากดิน มีต้นไม้แห่งชีวิตต้นหนึ่งซ อยู่ท่ามกลางสวนนั้น กับต้นไม้แห่งความสำนึกในความดีและความชั่วต้นหนึ่งด้วย&lt;br /&gt;มนุษย์สามารถเลือก การเลือกของมนุษย์ส่งผลต่อความเป็นไปของมนุษย์ พระเจ้ายอมให้มนุษย์เลือก เพื่อพระเจ้าจะได้สิ่งที่ดีที่สุดจากมนุษย์&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;การบังคับให้คนอื่นรักเรา หาค่าอะไรไม่ได้เลย กับการให้คนอื่นรักเราด้วยสมัครใจ (แต่คนเดี๋ยวนี้ก็ยังฟืนใจให้คนอื่นรักตนเองอยู่) พระเจ้าทรงให้มนุษย์ที่พระเจ้าทรงสร้างมีโอกาสเลือกที่จะรัก และเชื่อฟังพระเจ้า&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;"ปฐมกาล 2:15-17 (พระคริสตธรรมคัมภีร์)&lt;br /&gt;15พระเจ้าจึงทรงให้มนุษย์นั้นอยู่ในสวนเอเดน ให้ทำและรักษาสวน 16พระเจ้าจึงทรงบัญชาแก่มนุษย์นั้นว่า “บรรดาผลไม้ทุกอย่างในสวนนี้ เจ้ากินได้ทั้งหมด 17เว้นแต่ต้นไม้แห่งความสำนึกในความดีและความชั่ว ผลของต้นไม้นั้นอย่ากิน เพราะในวันใดที่เจ้าขืนกิน เจ้าจะต้องตายแน่”&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ผลของการเลือกของมนุษย์นั้นมีสองด้าน 1) มีชีวิตนิรันดร์ 2) แยกจากพระเจ้านิรันดร์ จากผลของต้นไม้สองชนิด&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;สุดท้ายมนุษย์เลือกผลจากต้นไม้แห่งความสำนึกในความดีและความชั่ว&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2344476931028458918-1368177354029397531?l=herbaltree4life.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://herbaltree4life.blogspot.com/feeds/1368177354029397531/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://herbaltree4life.blogspot.com/2010/02/blog-post.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2344476931028458918/posts/default/1368177354029397531'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2344476931028458918/posts/default/1368177354029397531'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://herbaltree4life.blogspot.com/2010/02/blog-post.html' title='มหัศจรรย์แห่งต้นไม้'/><author><name>John Yang</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17777033987434942223</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://1.bp.blogspot.com/_1vekXVJUfLc/S362ax3JG1I/AAAAAAAAAHc/3gTqbQq0Vrg/S220/SANY0172.JPG'/></author><thr:total>0</thr:total></entry></feed>
